ระบบโซล่าเซลแบบประหยัด
ระบบโซล่าเซลแบบประหยัดเหมาะสำหรับการใช้งานที่ต้องการลดต้นทุนและประหยัดพลังงาน โดยสามารถเลือกใช้อุปกรณ์และการติดตั้งที่เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการได้ เช่น
1. ระบบโซล่าเซลแบบ Off-Grid (ไม่มีการเชื่อมต่อกับไฟฟ้าหลัก)
- เหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้า เช่น ฟาร์ม บ้านสวน หรือบ้านพักตากอากาศ
- ส่วนประกอบที่จำเป็น:
- แผงโซล่าเซล (Solar Panel)
- อินเวอร์เตอร์ (Inverter)
- แบตเตอรี่สำหรับเก็บพลังงาน
- ชุดควบคุมการชาร์จ (Solar Charge Controller)
- ข้อดี:
- ใช้ไฟได้แม้ไม่มีไฟฟ้าหลัก
- ลดค่าไฟฟ้าทั้งหมด
- ข้อเสีย:
- ราคาสูงขึ้นตามความจุแบตเตอรี่
2. ระบบโซล่าเซลแบบ On-Grid (เชื่อมต่อกับไฟฟ้าหลัก)
- เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัยหรือธุรกิจที่มีการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าอยู่แล้ว
- ส่วนประกอบที่จำเป็น:
- แผงโซล่าเซล
- อินเวอร์เตอร์ (Grid-Tied Inverter)
- มิเตอร์วัดพลังงาน (Net Metering)
- ข้อดี:
- ลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่าระบบ Off-Grid
- ขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับคืนการไฟฟ้าได้
- ข้อเสีย:
- ใช้ไฟไม่ได้ในกรณีไฟฟ้าหลักดับ
3. ระบบโซล่าเซลแบบ Hybrid (ผสม Off-Grid และ On-Grid)
- ใช้ได้ทั้งไฟจากแผงโซล่าเซล ไฟฟ้าหลัก และแบตเตอรี่
- เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการสำรองไฟฟ้าเมื่อไฟฟ้าหลักดับ
- ส่วนประกอบที่จำเป็น:
- แผงโซล่าเซล
- อินเวอร์เตอร์แบบไฮบริด
- แบตเตอรี่
- ข้อดี:
- มีความยืดหยุ่นสูง
- สำรองไฟได้
- ข้อเสีย:
4. การเลือกใช้อุปกรณ์แบบประหยัด
- เลือกแผงโซล่าเซลแบบ Monocrystalline หรือ Polycrystalline ที่มีราคาคุ้มค่า
- ใช้แบตเตอรี่แบบ Deep Cycle ที่มีอายุการใช้งานยาว
- ใช้ชุดควบคุมและอินเวอร์เตอร์ที่เหมาะสมกับขนาดการใช้งาน
5. ตัวอย่างการใช้งานขนาดเล็กที่ประหยัด
- ใช้สำหรับเปิดไฟ LED ในสวน (หลอดไฟ 12V)
- ชาร์จอุปกรณ์มือถือ
- ปั๊มน้ำขนาดเล็กสำหรับสวน
งบประมาณเริ่มต้น:
- ระบบขนาดเล็ก (50W-200W): 5,000 - 15,000 บาท
- ระบบขนาดกลาง (300W-1000W): 20,000 - 50,000 บาท
- Category : พลังงานทดแทน
- 53 View